BMW M5 ปี 2025 (รหัสตัวถัง G90): การปฏิวัติขุมพลัง M Hybrid สู่ซูเปอร์ซีดาน 727 แรงม้า

รถ BMW

เมื่อพูดถึงรถยนต์ที่เป็นนิยามของคำว่า “ซูเปอร์ซีดาน” (Super Saloon) ที่สามารถใช้ขับไปทำงานในวันธรรมดาและลงไปวาดลวดลายในสนามแข่งในวันหยุดได้ BMW M5 คือชื่อที่ครองบัลลังก์นี้มาอย่างยาวนาน และในปี 2025 นี้ แผนก BMW M GmbH ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ด้วยการเปิดตัว BMW M5 รหัสตัวถัง G90 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 40 ปีของ M5 ที่หันมาใช้ระบบขับเคลื่อนแบบ Plug-in Hybrid (PHEV)

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้มีดีแค่เรื่องรักษ์โลก แต่เป็นการปลดล็อกขีดจำกัดของพละกำลังให้ทะลุเพดานไปอีกขั้น ในบทความนี้เราจะพาคุณไปเจาะลึกทุกความดุดันและเทคโนโลยีสุดล้ำของ M5 G90 คันนี้กันครับ


1. ขุมพลัง M Hybrid: มนต์ดำแห่ง V8 ผสานพลังงานไฟฟ้า

หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงใน G90 คือการยกเอาระบบขับเคลื่อนจากซูเปอร์เอสยูวีอย่าง BMW XM มาปรับใช้ ทำให้ M5 รุ่นใหม่นี้กลายเป็นสัตว์ประหลาดบนท้องถนนอย่างแท้จริง:

  • เครื่องยนต์หลัก: เบนซิน V8 ขนาด 4.4 ลิตร M TwinPower Turbo ให้กำลัง 585 แรงม้า
  • มอเตอร์ไฟฟ้า: ติดตั้งรวมอยู่ในชุดเกียร์อัตโนมัติ ให้กำลังเสริมอีก 197 แรงม้า
  • พละกำลังรวมสูงสุด: 727 แรงม้า (HP)
  • แรงบิดสูงสุด: มหาศาลถึง 1,000 นิวตันเมตร
  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: ทำได้ในเวลาเพียง 3.5 วินาที
  • ความเร็วสูงสุด: 305 กม./ชม. (เมื่อติดตั้ง M Driver’s Package)
  • การขับขี่โหมดไฟฟ้า (EV Mode): แบตเตอรี่ขนาด 18.6 kWh สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางสูงสุดประมาณ 67-69 กิโลเมตร (มาตรฐาน WLTP) ที่ความเร็วสูงสุด 140 กม./ชม.

2. ระบบขับเคลื่อน M xDrive และฟังก์ชันซ่อนความเกรี้ยวกราด

แม้จะมีพละกำลังมหาศาล แต่ BMW M5 G90 ยังคงให้ความสำคัญกับการควบคุมที่แม่นยำและอารมณ์ดิบเถื่อนแบบสปอร์ต:

  • M xDrive: ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะที่กระจายกำลังไปหน้า-หลังได้อย่างสมดุล ช่วยให้รถเกาะถนนแน่นหนาในทุกสภาวะ
  • 2WD Mode (Drift Mode): หากคุณต้องการความสนุกสไตล์ M แท้ๆ คุณสามารถปิดระบบช่วยเหลือและสั่งให้รถส่งกำลังไปที่ “ล้อหลัง 100%” เพื่อทำโดนัทหรือดริฟต์ได้อย่างอิสระ
  • Integral Active Steering: เป็นครั้งแรกของ M5 ที่ติดตั้งระบบเลี้ยวล้อหลัง (สูงสุด 1.5 องศา) ช่วยชดเชยน้ำหนักตัวรถที่เพิ่มขึ้นจากแบตเตอรี่ ทำให้การเข้าโค้งแคบๆ และการเปลี่ยนเลนทำได้เฉียบคมเกินคาด

3. ดีไซน์ภายนอก: มัดกล้าม Widebody ที่ใหญ่และดุดันที่สุด

BMW M5 G90 ถูกออกแบบให้มีความแตกต่างจาก 5 Series รุ่นปกติอย่างชัดเจน ด้วยมิติรถที่กว้างขึ้นและเตี้ยลง:

  • ซุ้มล้อ Widebody: ขยายซุ้มล้อหน้ากว้างขึ้น 75 มม. และซุ้มล้อหลังกว้างขึ้น 48 มม. ทำให้รถมีสัดส่วน (Stance) ที่แบนกว้างและดูน่าเกรงขาม
  • กระจังหน้า M Iconic Glow: กระจังหน้าไตคู่สีดำเงาพร้อมไฟเรืองแสงที่ขอบ สอดรับกับช่องดักอากาศขนาดใหญ่ที่กันชนหน้า
  • ล้ออัลลอย M: ด้านหน้าขนาด 20 นิ้ว และด้านหลังขนาด 21 นิ้ว (Staggered wheels)
  • ส่วนท้ายสุดโหด: ปลายท่อไอเสียคู่ 4 ท่อสีดำเงา (Black Chrome) ขนาด 100 มม. พร้อมดิฟฟิวเซอร์หลังคาร์บอนไฟเบอร์

4. ห้องโดยสาร: สปอร์ตค็อกพิทล้ำอนาคต

ภายในยังคงความหรูหราแต่ถูกฉาบด้วย DNA ของมอเตอร์สปอร์ตในทุกจุดสัมผัส:

  • M Leather Steering Wheel: พวงมาลัยดีไซน์ใหม่แบบตัดเรียบด้านล่าง (Flat-bottom) พร้อมมาร์กเกอร์สีแดงที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา และปุ่ม M1/M2 สำหรับเรียกใช้โหมดการขับขี่ที่ตั้งค่าไว้
  • BMW Curved Display: หน้าจอโค้งที่รันบนระบบปฏิบัติการ BMW OS 8.5 มาพร้อมกราฟิก M-Specific ที่แสดงข้อมูลการขับขี่แบบสปอร์ต เช่น แรง G, แรงดันลมยาง และสถานะของระบบ Hybrid
  • เบาะนั่ง M Multifunction: โอบกระชับสรีระได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมโลโก้ M เรืองแสงที่พนักพิงศีรษะ

สรุป

BMW M5 ปี 2025 (G90) คือการก้าวข้ามขีดจำกัดของวิศวกรรมยานยนต์ แม้การเพิ่มระบบ Plug-in Hybrid จะทำให้น้ำหนักตัวรถเพิ่มขึ้น แต่ด้วยพละกำลังระดับ 727 แรงม้า และเทคโนโลยีช่วงล่างขั้นเทพที่ BMW M ใส่เข้ามา รถคันนี้จึงยังคงเป็น “ราชาแห่งซูเปอร์ซีดาน” ที่พร้อมจะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดุดัน เร้าใจ และสามารถใช้งานได้อย่างเงียบสงบในเมือง เรียกว่าเป็นการผสาน 2 โลกเข้าด้วยกันได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด


BMW M5 2025, BMW M5 G90, รีวิว BMW M5 ใหม่, สเปค BMW M5 G90, ซูเปอร์ซีดาน, ขุมพลัง M Hybrid, รถสปอร์ต PHEV, ราคา BMW M5 2025

Share the Post:
Scroll to Top